สรุปการลงทุนปี 50
ปี 50 ผมทำผลตอบแทนได้ประมาณ 138%
หุ้นที่ทำกำไรให้ผมตัวหลักๆก็มี snc demco uec ums tr
ส่วนตัวที่ทำให้เจ็บตัวก็มีอยู่หลักๆ 2 ตัวคือ trt และ brock
- มองหุ้นโดยใช้เพียง pe มากจนเกินไปโดยไม่ได้ดูความสามารถในการบริหาร จุดแข็งจุดด้อยของบริษัท อย่างตอนซื้อ trt ตอนต้นปีเพราะเห็นว่าหุ้น pe ประมาณ 4 เท่า แต่ไม่ได้ดูเลยว่าบริษัทนั้นมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมาก ลักษณะงานเป็นงาน jobๆ ใหญ่ .. กำไรผันผวนตามแต่การส่งมอบงาน ที่สำคัญหนี้สินต่อทุนนั้นก็สูงมากๆ ถ้าบริษัทสะดุดอะไรไปโอกาสพลาดก็สูง สุดท้ายก็ซื้อไล่ราคาตั้งแต่ 4.4 ไปยัน 4.8 ... สุดท้ายตอนขายหุ้นทิ้ง (พอรู้ว่าตัวเองวิเคราะห์ผิด) ตั้งแต่ 4.8 ลงมา 4.2 ขาดทุนไป แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ถือเป็นสัดส่วนเยอะใน port
- สาเหตุของการตัดสินใจผิดซื้อหุ้น trt ในช่วงต้นปีผมเชื่อว่า เป็นเพราะในปี 49 ผมทำกำไรได้สูงมากถึง 200 กว่า% ทำให้เริ่มต้นปี 50 มาผมเกิดอาการโลภว่าอยากทำผลตอบแทนให้ได้สูงๆ อีก .. ทำให้การตัดสินใจของตัวเองนั้นคิดแบบอารมณ์ชั่ววูบเกินไป อยากเล่นหุ้นที่ได้ผลตอบแทนเร็วๆ เลยตัดสินใจซื้อหุ้นโดนคิดไม่รอบคอบเพียงพอ
- ตอนถือ snc แล้วเพิ่มทุน ก็หลอกตัวเองไปหน่อยครับ .. รู้ว่าคงเพิ่มทุนแน่ .. แต่คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าเค้าจะใช้เงินเท่าไหร่ คิดเองว่าการเพิ่มทุนน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากเกินไปยอมรับได้ .. แต่ลืมคิดไปว่าธุรกิจเค้าต้องวางแผนล่วงหน้ากันระยะยาว ต้องมองการลงทุนในอนาคตหลายๆปี ผมไปคิดแค่ว่าจะซื้อโรงงานใหม่ ขยายเครื่องจักรต้องใช้เงินเท่าไหร่ใน 1 ปี เลยทำให้ผมมองผลของการเพิ่มทุนนั้นน้อยเกินไป ... แทนที่จะกำไร snc เยอะ ก็ขาดทุนกำไรไปพอสมควร
- ผมไปลงทุน brock เพราะบริษัทมี asset สูง ... แต่ก็ติดกับดักของหุ้น asset play ว่าเมื่อยังไม่ unlock value นี่โอกาสที่มันจะสะท้อนมูลค่าก็ยากหน่อย และโดยปกติผมจะวิเคราะห์หุ้นที่เน้นด้วย pe เป็นหลัก เพราะอยู่ในอนาคตที่พอจะคาดการณ์ได้ มี time frame ชัดเจนว่าบริษัทน่าจะกำไรในระยะเวลาเท่าไหร่.. หุ้นก็น่าจะสะท้อนได้ในช่วงไหน แต่ผมหลุดออกจากกรอบความถนัดตัวเองที่ใช้การวิเคราะห์ pe เป็นหลัก และเน้นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งและมี growth เด่น มาลงทุนในหุ้น asset play ที่มี time frame ในการลงทุนไม่แน่นอน .. คือหุ้นมีราคาถูกแน่ๆ ไม่เถียง .. แต่มันจะถึงเวลาของมันเมื่อไหร่ก็ยังคาดการณ์ไม่ได้แน่ชัด .. สุดท้าย brock ก็ไม่ได้ทำให้ผมขาดทุนมากมายเท่าไหร่ ... คงไม่กี่ % แต่ทำให้เงินมันจมอยู่ไม่ได้มีโอกาสไปซื้อหุ้นตัวที่ดีๆกว่า มี time frame นี่ชัดเจนกว่า
- ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว .. ผมถือหุ้น brock ณ เวลานั้นๆเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งสูงเกินไปสำหรับหุ้นที่ไม่ใช่ทางถนัดของตัวเอง .. ทำให้ผลกระทบของความผิดพลาดในข้อที่แล้วรุนแรงขึ้น
- สังเกตุหุ้นที่ผมซื้อแล้วกำไรเยอะๆจะเห็นว่าเป็นหุ้นที่มีหจุดเด่นในตัวเองอย่างเห็นได้ชัด บางตัวมี Barrier to Entry สูงมากๆ บางตัวอยู่ในอุตหสากรรมที่กำลังเติบโตดีมากๆ บางตัวก็มีจุดเด่นครบทั้ง 2 ด้าน จะมีตัวที่ไม่เข้า spec นี้ก็คือ demco ตัวเดียว
เพราะฉะนั้นแล้ว .. ในปี 51 นี้ผมจะพยายามลงทุนเฉพาะใน "กรอบที่ตัวเองถนัด ซื้อหุ้นที่มีความแข็งแกร่ง อยู่ในอุตหสกรรมที่ดี และมีการเติบโต โดยไม่หลงไปกับความโลภที่มักจะทำให้การตัดสินใจของผมแย่ลง ไม่รอบคอบจนนำมาสู่ความผิดพลาดในการลงทุนได้" ปี 50 นี่เป็นปีที่สอนบทเรียนหลายๆอย่างให้ผมได้พอสมควรเลยครับ ขอบคุณปี 50 แล้วเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ลองทบทวนดูแล้วรึยังครับว่า 1 ปีที่ผ่านของตัวเองเป็นยังไงบ้าง
หุ้นที่ทำกำไรให้ผมตัวหลักๆก็มี snc demco uec ums tr
ส่วนตัวที่ทำให้เจ็บตัวก็มีอยู่หลักๆ 2 ตัวคือ trt และ brock
- มองหุ้นโดยใช้เพียง pe มากจนเกินไปโดยไม่ได้ดูความสามารถในการบริหาร จุดแข็งจุดด้อยของบริษัท อย่างตอนซื้อ trt ตอนต้นปีเพราะเห็นว่าหุ้น pe ประมาณ 4 เท่า แต่ไม่ได้ดูเลยว่าบริษัทนั้นมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมาก ลักษณะงานเป็นงาน jobๆ ใหญ่ .. กำไรผันผวนตามแต่การส่งมอบงาน ที่สำคัญหนี้สินต่อทุนนั้นก็สูงมากๆ ถ้าบริษัทสะดุดอะไรไปโอกาสพลาดก็สูง สุดท้ายก็ซื้อไล่ราคาตั้งแต่ 4.4 ไปยัน 4.8 ... สุดท้ายตอนขายหุ้นทิ้ง (พอรู้ว่าตัวเองวิเคราะห์ผิด) ตั้งแต่ 4.8 ลงมา 4.2 ขาดทุนไป แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ถือเป็นสัดส่วนเยอะใน port
- สาเหตุของการตัดสินใจผิดซื้อหุ้น trt ในช่วงต้นปีผมเชื่อว่า เป็นเพราะในปี 49 ผมทำกำไรได้สูงมากถึง 200 กว่า% ทำให้เริ่มต้นปี 50 มาผมเกิดอาการโลภว่าอยากทำผลตอบแทนให้ได้สูงๆ อีก .. ทำให้การตัดสินใจของตัวเองนั้นคิดแบบอารมณ์ชั่ววูบเกินไป อยากเล่นหุ้นที่ได้ผลตอบแทนเร็วๆ เลยตัดสินใจซื้อหุ้นโดนคิดไม่รอบคอบเพียงพอ
- ตอนถือ snc แล้วเพิ่มทุน ก็หลอกตัวเองไปหน่อยครับ .. รู้ว่าคงเพิ่มทุนแน่ .. แต่คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าเค้าจะใช้เงินเท่าไหร่ คิดเองว่าการเพิ่มทุนน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากเกินไปยอมรับได้ .. แต่ลืมคิดไปว่าธุรกิจเค้าต้องวางแผนล่วงหน้ากันระยะยาว ต้องมองการลงทุนในอนาคตหลายๆปี ผมไปคิดแค่ว่าจะซื้อโรงงานใหม่ ขยายเครื่องจักรต้องใช้เงินเท่าไหร่ใน 1 ปี เลยทำให้ผมมองผลของการเพิ่มทุนนั้นน้อยเกินไป ... แทนที่จะกำไร snc เยอะ ก็ขาดทุนกำไรไปพอสมควร
- ผมไปลงทุน brock เพราะบริษัทมี asset สูง ... แต่ก็ติดกับดักของหุ้น asset play ว่าเมื่อยังไม่ unlock value นี่โอกาสที่มันจะสะท้อนมูลค่าก็ยากหน่อย และโดยปกติผมจะวิเคราะห์หุ้นที่เน้นด้วย pe เป็นหลัก เพราะอยู่ในอนาคตที่พอจะคาดการณ์ได้ มี time frame ชัดเจนว่าบริษัทน่าจะกำไรในระยะเวลาเท่าไหร่.. หุ้นก็น่าจะสะท้อนได้ในช่วงไหน แต่ผมหลุดออกจากกรอบความถนัดตัวเองที่ใช้การวิเคราะห์ pe เป็นหลัก และเน้นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งและมี growth เด่น มาลงทุนในหุ้น asset play ที่มี time frame ในการลงทุนไม่แน่นอน .. คือหุ้นมีราคาถูกแน่ๆ ไม่เถียง .. แต่มันจะถึงเวลาของมันเมื่อไหร่ก็ยังคาดการณ์ไม่ได้แน่ชัด .. สุดท้าย brock ก็ไม่ได้ทำให้ผมขาดทุนมากมายเท่าไหร่ ... คงไม่กี่ % แต่ทำให้เงินมันจมอยู่ไม่ได้มีโอกาสไปซื้อหุ้นตัวที่ดีๆกว่า มี time frame นี่ชัดเจนกว่า
- ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว .. ผมถือหุ้น brock ณ เวลานั้นๆเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งสูงเกินไปสำหรับหุ้นที่ไม่ใช่ทางถนัดของตัวเอง .. ทำให้ผลกระทบของความผิดพลาดในข้อที่แล้วรุนแรงขึ้น
- สังเกตุหุ้นที่ผมซื้อแล้วกำไรเยอะๆจะเห็นว่าเป็นหุ้นที่มีหจุดเด่นในตัวเองอย่างเห็นได้ชัด บางตัวมี Barrier to Entry สูงมากๆ บางตัวอยู่ในอุตหสากรรมที่กำลังเติบโตดีมากๆ บางตัวก็มีจุดเด่นครบทั้ง 2 ด้าน จะมีตัวที่ไม่เข้า spec นี้ก็คือ demco ตัวเดียว
เพราะฉะนั้นแล้ว .. ในปี 51 นี้ผมจะพยายามลงทุนเฉพาะใน "กรอบที่ตัวเองถนัด ซื้อหุ้นที่มีความแข็งแกร่ง อยู่ในอุตหสกรรมที่ดี และมีการเติบโต โดยไม่หลงไปกับความโลภที่มักจะทำให้การตัดสินใจของผมแย่ลง ไม่รอบคอบจนนำมาสู่ความผิดพลาดในการลงทุนได้" ปี 50 นี่เป็นปีที่สอนบทเรียนหลายๆอย่างให้ผมได้พอสมควรเลยครับ ขอบคุณปี 50 แล้วเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ลองทบทวนดูแล้วรึยังครับว่า 1 ปีที่ผ่านของตัวเองเป็นยังไงบ้าง

8 Comments:
...เป็นแฟนคลับบล็อคน้องโยโย่มาตลอด...
...อยากบอกว่า เป็นผู้ที่จุดประกายความอยากเป็นVIให้ผม...
...หลังจากได้ชมmoney talk(มั้ง)...
...พยายามศึกษาเองอยู่ครับ ...
...แต่ก็เสียนิสัย ชอบแอบชำเลืองการบ้านคนอื่น ...
...ปี51 จะลงตัวไหน สะกิดพี่บ้าง...อิอิ
trillionaire
ดีนะครับคุณโยโย่ ได้ข้อคิดจากความผิดพลาดที่ผ่านมา และก็สรุปได้ดีด้วยนะครับ ผมเองเมื่อก่อนซื้อขายหุ้นกำไรก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงกำไร ขาดทุนก็ไม่รู้อีกว่าทำไม สุดท้ายผมก็รู้ตัวว่าถ้าซื้อขายหุ้นแบบนี้คงต้องหมดตัวในไม่ช้า
ตอนนี้ก็หลงเสน่ห์การลงทุนแบบเน้นคุณค่าไปแล้ว คุณโยโย่เขียนบทความได้น่าสนใจมากครับ อ่านเพลินได้ข้อคิดมากนะครับ ที่สำคัญเอามาใช้ได้จริงเสียด้วย
จะคอยติดตามผลงานเรื่อยๆนะครับ
หุ้นตัวไหนน่าสนใจอย่าลืมบอกกันบ้างนะครับ
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลัง (นานไปไหมเนี่ย) เอิ๊กๆๆ
เมื่อไหร่จะออก Pocket Book ล่ะจ้ะ
น่าจะขายดีนะ มีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้ว ^^
kobmanee
ผมติด SNC ที่ 14 บาท 100000 หุ้น ทำอย่างไรดีครับ ลงทุกวัน ขายออกไปก่อนดีใหม
เหตุผลในการขายหุ้นมีอยู่หลักๆไม่กี่อย่างครับ
1. เจอหุ้นใหม่ที่ดีกว่า เลยขายไปซื้อตัวอื่น
2. ราคาหุ้นเกินพื้นฐาน
3. วิเคราะห์ผิด หรือพื้นฐานหุ้นเปลี่ยนแปลง
หุ้น snc เห็นลงทุกวันจะขายก่อนดีมั๊ย...
ลองย้อยกลับไปดูเหตุผลในการถือหุ้นข้างต้นครับว่าตรงรึเปล่า ถ้าตรงก็ขายแต่ถ้าไม่ตรงก็ไม่ขาย
ในความเห็นของผมนั้น ข้อ 2 กับข้อ 3 นั้นไม่น่าจะเข้าข่ายแน่ๆครับ เพราะฉะนั้นก็เหลือข้อ 1 ข้อเดียว
เหตุผลในการขายหุ้นที่ไม่เหมาะสมที่สุดก็คือ
1. ขายเพราะหุ้นลง
2. ขายเพราะคาดกว่าหุ้นจะลงในระยะสั้น .. เพราะในระยะสั้นนั้นไม่มีใครคาดการณ์ราคาหุ้นได้หรอกครับ ดูที่พื้นฐานดีกว่า ถ้าคิดว่าพื้นฐานหุ้นควรจะเป็น 16.8 แล้วหุ้นมันลงมาเรื่อยๆ สิ่งที่ต้องทำคือต้องซื้อครับ ไม่ใช่ขาย เพราะยิ่งหุ้นลงเท่าไหร่ โอกาสในการซื้อหุ้นราคาถูกของเราจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และโอกาสในการทำกำไรก็จะสูงขึ้นเรื่อยเช่นกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนต้องเริ่มจากการดูพื้นฐานให้เข้าใจก่อนนะครับว่าบริษัทนั้นเป็นอย่างไร ถ้ามั่นใจแล้ว ราคาที่ขึ้นลงรายวันก็ไม่มีผลอะไรกับเราครับ กลับเป็นโอกาสให้เราซะอีก
ปล.ราคาทุนที่บอกว่า 14 บาท จะให้ดีพยายามลืมๆมันไปนะครับ ลองๆย้อนกลับไปอ่านบทความเก่าๆดู ผมเคยเขียนไว้เกี่ยวกับราคาทุนกับการเล่นหุ้น ประมาณว่าจะลงทุนให้ดีนี่ต้องไม่รู้ราคาทุนครับ เพราะหุ้นจะขึ้นจะลงมันไม่เคยสนใจราคาทุนของใครอยู่แล้ว ราคาทุนของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจงอย่าเอาราคาทุนมาใช้ในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นเด็ดขาด ไม่งั้นจะหาว่าโย่ไม่เตือน :)
หวัดดีแหม่ม สบายดีอ่ะเปล่า.. ไม่ได้คุยกันนานเลย :)
ขอบคุณ ครับ
This is great info to know.
Post a Comment
Links to this post:
Create a Link
<< Home